Home / Health / เตรียมเจอหมอฟันซักประวัติ (Dental History Taking)

เตรียมเจอหมอฟันซักประวัติ (Dental History Taking)

หลายๆคนมักจะประหม่าหรือเกร็งเวลาที่ต้องไปพบหมอฟัน วันนี้เรามีแนวการตรวจและคำถามที่คุณอาจจะได้เจอ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวว่าจะตอบคำถามให้ข้อมูลหมอฟันอย่างไรให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด เพื่อการวางแผนการรักษาให้เหมาะสม เรามีคำศัพท์ภาษาอังกฤษวงเล็บไว้เพื่อใช้สื่อสารกับหมอฟันในต่างประเทศด้วยค่ะ

ส่วนแรกเวลาที่เราไปพบหมอฟันเรามักจะต้องกรอกแบบฟอร์มข้อมูลพื้นฐานได้แก่ ชื่อนามสกุล (Name) เบอร์โทรศัพท์ (Phone number) วันเดือนปีเกิด (Date of Birth) ข้อมูลประกันสุขภาพ (Insurance information) ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์ประจำตัวของเรา (Name, address and telephone number of the patient’s primary care physician) ชื่อและเบอร์ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน (Emergency contact name and telephone number)

ส่วนที่สอง ประวัติโรคทางสุขภาพ (Medical History) ในส่วนนี้มีความสำคัญในการวางแผนการรักษาฟันหรือโรคในช่องปากมากค่ะ หาคนไข้มีโรคเหล่านี้ต้องแจ้งหมอฟันด่วนเลย และควรอัพเดทกับหมอฟันสม่ำเสมอว่าตอนนี้โรคที่เราเป็นมีความเปลี่ยนแปลง เป็นมากน้อยอย่างไร ตัวอย่างโรคต่างๆที่หมอฟันอาจจะถามถึง ได้แก่

  • โรคติดเชื้อในหัวใจ (History of infective endocarditis)
  • โรคระบบทางเดินหายใจ (Respiratory disease) เช่น หอบหืด (Asthma) ถุงลมโป่งพอง (Emphysema) วัณโรค (Tuberculosis)
  • ภูมิแพ้ (Any allergies)
  • การแพ้ยา เช่น ยาปฎิชีวนะ (Antibiotic) หรือยาชาเฉพาะที่ (Local anaesthetics)
  • โรคหัวใจ (Heart disease) หัวใจวาย (Heart attack) ความดันเลือดผิดปกติ (Blood pressure) หรือเส้นเลือดในสมองแตก (Stroke)
  • การชัก (Epilepsy or seizures)
  • มีความผิดปกติของเลือด (Blood disorders) มีภาวะเลือดออกง่าย ( Bleeding tendency) ฟกชำ้ง่าย (bruising tendency)
  • มีโรคของระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine disorder) เช่น โรคเบาหวาน (Diabetes)
  • โรคมะเร็ง (Cancer) และการรักษาที่เคยได้รับ เช่น การได้รับรังสีรักษา (Radiation Treatment) หรือคีโม (Chemotherapy)
  • โรคตับหรือทางเดินอาหาร (Liver disease or gastrointestinal disorders) เช่น ตับอักเสบ (Hepatitis) ดีซ่าน (Jaundice)
  • โรคไต (Kidney disease)
  • โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ (Immuno-compromising diseases) เช่น ติดเชื้อ HIV (HIV positive status) เป็นเอดส์ (AIDS) มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemias)
  • ภาวะโภชนาการผิดปกติหรือกินอาหารผิดปกติ (Nutritional status/eating disorders) เช่น โรคกลัวอ้วน (Anorexia) หรือ กินอาหารแล้วอาเจียน (Bulimia)
  • การใส่ข้อเทียม (Any prosthetic joints)
  • การตั้งครรภ์ (Pregnancy) การให้นมบุตร (Breastfeeding) กำหนดการคลอด (The expected delivery date)
  • ปัญหาทางจิตหรือได้รับการรักษาทางจิตเวช (Psychiatric disorders/treatment)
  • ติดยาเสพติด (Drug dependency) แอลกอฮอล์หรือบุหรี่
  • ยาที่ใช้ในปัจจุบัน (A listing of all medications currently being taken)
  • นอกจากนี้หากคนไข้มีโรคประจำตัวอื่นๆก็ควรแจ้งหมอฟัน

ส่วนที่สาม จะเป็นคำถามประวัติการทำฟันที่ผ่านมา เช่น

  • ทำฟันครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ (When was your last dental visit?)
  • เอกซเรย์ฟันล่าสุดเมื่อไหร่ (When did you last have dental x-rays?)
  • แปรงฟันบ่อยแค่ไหน (How often do you brush your teeth?)
  • ใช้ไหมขัดฟันบ่อยแค่ไหน (How often do you floss your teeth?)
  • เจอหมอฟันเป็นประจำหรือไม่ (Have you been seeing a dentist regularly?)
  • เคยได้รับคำแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะก่อนมาทำฟันหรือไม่  (Have you ever been advised to take antibiotics before dental appointments?)
  • เคยได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนฟัน/ขากรรไกรหรือไม่ (Have you ever been in a vehicle accident or experienced any blows to your jaw?)
  • เคยใส่รากเทียมในขากรรไกรหรือข้อต่อขากรรไกรหรือไม่ ถ้าใส่รากเทียม ใครเป็นคนใส่ ใส่เมื่อไหร่ (Have you ever had any implant surgery in one or both of your jaws or jaw joints? Who performed the surgery and when was it done?)
  • เคยทำฟันอะไรบ้าง ขูดหินปูน (Scaling/Cleaning) เกลารากฟัน (Root planning) ถอนฟัน (Tooth extractions) ฝังรากเทียม (Dental implants) รักษารากฟัน (Root canal treatment) ผ่าตัดเหงือก/กราม (Gum/jaw surgery) จัดฟัน (Orthodontics/braces)
  • มีปัญหาเลือดออกไม่หยุดหลังทำฟันหรือไม่ (Prolonged bleeding after dental treatment)

ส่วนที่สี่ ประวัติอาการในช่องปากต่างๆตอนนี้ ได้แก่

  • ประวัติอาการปัจจุบัน ได้แก่ มาหาหมอฟันเพราะอะไร เช่น เสียวฟัน (Sensitive teeth (hot or cold)) แปรงฟันมีเลือดออก (Bleeding gums (on brushing)) มีฟันโยก (Loose teeth) ปากแห้ง (Dry mouth) เหงือกร่น (Recession) มีกลิ่นปาก (Bad breath) บวม (Swelling) เจ็บกราม (Sore jaw) มีเสียงคลิ๊กหรือป๊อปเวลาอ้า/หุบปาก (Jaw clicks or pops on opening or closing) เจ็บปาก (Mouth sores) เคี้ยวอาหารลำบาก (Difficulty chewing) รู้สึกแสบร้อนในปาก (Burning sensation) มีหินปูน (Calculus) ปวดฟัน (Toothache) วัสดุอุดฟันแตก (Broken filling) มีหนอง (Abscess) ฟันเหลืองหรือเปลี่ยนสี (Yellowing or discolouration of teeth)
  • ประวัติโดยละเอียดของอาการที่มา ได้แก่ ปวดแบบไหน ปวดตื้อๆ (Dull) ปวดจี๊ด (Sharp) ปวดตุ้บๆ (Throbbing)
  • ปวดมากแค่ไหน ถ้าเต็มสิบปวดได้กี่คะแนน ปวดบ่อยแค่ไหน
  • ปวดตรงไหน ปวดเฉพาะที่ (Localized) ปวดเป็นบริเวณกว้าง (Diffuse) ปวดกระจายไปรอบๆ (Radiating)
  • ปวดนานแค่ไหน
  • ลักษณะการปวด อยู่ดีๆก็ปวด (Spontaneous) ปวดเวลามีสิ่งกระตุ้น (On stimulation) ปวดเป็นๆหายๆ (Intermitten)
  • มีอะไรทำให้อาการปวดมากขึ้นหรือไม่ (Aggravated by) เช่น นำ้เย็น นำ้ร้อน การคลำ การเคาะ
  • มีอะไรทำให้อาการปวดน้อยลงหรือไม่ (Relieved by) เช่น นำ้เย็น นำ้ร้อน ยา การนอนหลับ

หลังจากซักประวัติเรียบร้อย หมอฟันอาจจะตรวจศีรษะและลำคอของคนไข้ หลังจากนั้นจึงเริ่มตรวจในช่องปากค่ะ

สามารถติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจ ได้ที่ www.facebook.com/vancouverthai หรือเว็บบอร์ดคนไทยในแคนาดา http://forum.vancouverthai.com

About Sai

PhD Candidate, Faculty of Dentistry, University of British Columbia and BC Cancer Research Center. บทความและรูปภาพบน www.vancouverthai.com อยู่ภายใต้การคุ้มครองจากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558 ไม่อนุญาตให้นำไปใช้หรือดัดแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต กรุณาติดต่อ [email protected]

Check Also

Cannabis and Cancer

ในปัจจุบันมีการอ้างอิงถึงการใช้กัญชาในการรักษามะเร็งอย่างแพร่หลาย แต่หากเรามองลงไปให้ลึกถึงหลักฐานทางวิชาการที่กลุ่มผู้สนับสนุนกัญชามาใช้อ้างอิง เราจะพบความไม่น่าเชื่อถือดังนี้